"เมืองไทยสว่นใหญ่น่าจะเป็นหมู่บ้าน แม้แต่กรุงเทพฯรวยเท่านั้น"
นี่คือความคิดจริงที่เด็กๆที่หมู่บ้านแม่จันเชื่อ
สี่ปีที่แล้ว ผมไปหมู่บ้านภาคเหนือที่เมืองไทยกับโบสถ์ เดือนนั้นคือธันวาคม เป็นคริสต์เมอซ์ เราไปเยี่ยมเด็กๆที่ไม่มีพ่อแม่เพื่อเอาของขวันไปให้พวกเขา ไปอธิฐานกัน ไปคุยกับพวกเขา และร้องเพลงกับเขาด้วย เด้กๆที่นั่น บางคนประสบโรคที่รักษาไม่ไหว โดยเฉพาะ เอดซ์ และถูกพ่อแม่ทิ้ง น่าสงสารมากๆ เพื่อนโบสถ์กับผมหวังว่า การไปเยี่ยมพวกเด็กๆจะทำให้พวกเขามีความสุขและตื่นเต้นด้วย พอพวกเรามาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กๆตื่นเต้นที่มีคนอื่นมาเยี่ยมเขา เราร้องเพลง อธิฐาน และฟังพระคัมภีร์ ด้วยกัน หลังจากนั้นแล้ว เราไปคุยกันกับเด็กๆ มีเด็กหนึ่งคน เป็นคนอาคา คนอาคาเป็นชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ที่เมืองไทย สว่นใหญ่อยู่หมู่บ้าน ชีวิดลำบากมาก
แล้วตอนที่ผมคุยกับเขา เขาไม่รู้เลยว่าสิงคโปร์อยู่ที่ไหน พูดภาษาอังกฤษหรือจีนก็ไม่เป็น แต่เขาเป็นมิตรจริงๆ เอาของเล่นมาให้เราเล่นกับเขา แล้วตอนที่เขารู้ว่าผมพูดไทยได้นิดหน่อย เขาก็พยายามใช้ภาษาไทยมาสอนภาษาอาคาผม จนถึงวันนี้ผมลืดหมดแล้วว่าภาษาอาคาพูดได้อย่างไรแต่ผมยังจำได้ว่า เด็กคนนั้นเป็นน่ารักอย่างไร
ปกติ เวลาเราไปเที่ยว ความน่าจะเป็นคือ เราจะคิดถึงผลดีจากการท่องเที่ยว คนที่ไปซอปปิ้ง จะคิดถึงของดีๆถูกๆสวยๆ คนที่ไปเที่ยวเพื่อจะพักผ่อน ก็จะคิดว่า ทำอะไรบ้างจะรู้สึกดีที่สุด คนที่ไปเข้าถึงวัฒนาธรรมอื่น จะพยายามเรียนหนังสือเดิงทางหรือแมกกาซีนที่เกี่ยวกับประเทศที่เขากำลังจะไป เราสรุปได้ว่า ในเกือบทุกชนิดท่องเที่ยว ตัวเอกคือตนเอง ทุกครั้งเราก็คิดถึงว่า เราจะได้อะไรบ้าง จะรับอะไร จะมีประสบการณ์อะไรบ้าง เป็นต้น แต่ไม่ค่อยมีใครคิดว่าเขาจะให้คนอื่นอะไร โดยเฉพาะคนที่อยู่ที่ประเทศที่เราจะไป ใช่ไหม ความคิดของนักท่องเที่ยวอาจจะคือ
"ฉันจ่ายเงินแล้ว อย่างต้องให้อะไรอีกหรอก?? ฉันควรรับสิ่งที่มีประโยชน์ต่างหากนะ!"
ความคิดนี้คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดปัญหาในทั่วโลกเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว เช่น ทำลายสิ่งแวดล้อมเวลาไปเที่ยว ทำให้ตลาดเสีย เป็นต้น ผมเคยได้อ่านข่าวว่า ที่เประเทศจีน นักท่องเที่ยวจากเมืองนอกหรือจีนเองเป็นปัญหารุนแรงสำหรับสิ่งแวดล้อมเพราะว่าเวลานักท่องเที่ยวไปเที่ยว พวกเขาบางคนอาจจะทิ้งขยะง่ายๆ
แล้วก็เนื่องจากเขาสนใจสิ่งพิเศษ เช่น อิฐจากกำแพงเมืองจีน ก็ชอบเอามากลับบ้าน ทำให้สถานนักท่องเทียวยิ่งมีชื่อเสียงยิ่งเสียไป นอกจากนี้แล้ว คุณคงจะสังเกตเห็นว่าที่ที่นักท่องเที่ยวชอบไปหรือมีชือเสียง ของที่ขายที่นั่นคงแพงกว่าของที่สถานธรรมดาขาย ซึ่งอาจจะเพราะว่านักท่องเที่ยวทำให้ตลาดเสีย พวกเขายอมซื้อของที่แพงแต่พิเศษ แล้วก็เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าของนี้ปกติราคาเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็จ่ายเงินมากกว่าคนที่อยู่ประเทศนี้ คนขายที่ใจไม่ดีก็จะขายของแพงขึ้นเพราะยังมีคนซื้อ ถ้ารัฐบาลไม่เก่ง ก็จะอนุญาติเงินเฟ้อ เป็นปัญหารุงแรง
ทั้งหมดนี้เกิดจากความเห็นแก่ตัวของนักท่องเที่ยวบางคน บางคนอาจ
จะถามว่า นี่คือเรื่องธรรมดา แก้ได้หรอ?? ในเรื่องต่อไป นักรบจะลอง
แนะนำวิธีอื่นที่พวกคุณใช้ได้นะ.... :)
(Note: นักรบเคยแก้ไขเรื่องนี้นิดหน่อย แต่สว่นใหญ่เป็นเรื่องจริง :) )
ว้าว เคลวีนประทับใจกับนักรบต่อเรื่องไปช่วยเหลือที่เมืองไทย เพราะว่า คนสิงคโปร์ส่วนมากจะเดินทางไปเมืองนอกเพื่อช่วยเหลืออย่างไม่บ่อยเลย และสงสัยด้วยว่า นักรบก็ชอบเดินทางแบบนี้ใช่ไหม
ReplyDeleteอื้ม เคลวีนก็ลงสารประเทศต่างๆที่ได้ถูกผลเสียต่อลสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการท่องเที่ยว รู้ลึกว่า มันมักจะเป็นเพราะว่า การพัฒนาเครษฐกิจตามการเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวไม่ทันเลย
ส่วนนักท่องเที่ยวก็อาจจะไม่สนใจเรื่องทำลายสิ่งแวดล้อมเลย เพราะจะถือการมีความสนุกเป็นสิ่งที่สนใจที่สุด เคลวีนว่า นี่ไม่ใช่ความผิดของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่รัฐบาลควรพยายามแก้ปัณหานี้ ไม่ควรหลีกเลี่ยงเลย
อยากรู้ว่า เพื่อนๆมีความคิดอะไร เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ครับ และคิดว่า จะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรไหม :)