Sunday, October 30, 2011

จดหมายถึงหมู่บ้าน ๒

ในเรื่องนี้นักรบอยากแนะนำวิธีที่เราลองใช้ได้ ที่จริงปัญหาที่นักรบเล่าให้ผู้อ่านรู้เป็นปัญหาที่แก้ไม่ง่ายเลยเพราะเกี่ยวกับธรรมชาติมนุษย์ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นการเสนอของนักรบเองเท่านั้น

ถ้าเป็นไปได้ เราควรพยายามพฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนๆที่ประเทศที่เราไป นักรบพยายามทำอย่างนี้ ทุกครั้งที่เพื่อนโบสถ์ไปหมู่บ้านเมืองไทย นักรบจะเขียนจดหมายและขอให้เขาเอาส่งไปเพื่อนๆหมู่บ้าน

นี่คือจดหมายที่นักรบเขียน ผมพยายามติดต่อกับเพื่อนๆในเมืองไทย เพื่อให้พวกเขาถูกใจที่ได้รู้ว่ามีคนสนใจเขาและรักเขาด้วย บางคนอาจจะคิดว่านี่คือสิ่งน้อยๆไม่มีประโยชน์เลย แต่นักรบคิดว่าการแก้ปัญหามนุษย์ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดของเรา ถ้าทุกคนพร้อมจะคิดถึงคนที่เมืองที่คุณไป คุณจะไม่ชอบทําลายคนอื่นแล้ว

นอกจากนี้แล้วเราควรคิดทางคนอื่นหรือคิดว่าถ้าคุณเป็นคนที่รับนักท่องเที่ยว แล้วพวกเขาไม่สนใจคุณ สิ่งแวดล้อมของประเทศคุณ ทําให้ตลาดคุณเสีย เป็นต้น คุณจะรู้สึกยังไง ก็ไม่พอใจใช่ไหม รู้สึกว่าคุณเหมือนของที่ถูกคนอื่นใช้นะ เวลาเราคิดอย่างนี้เราจะเข้าใจว่า คนอื่น เด็กๆหรือไกด์ เป็นต้น ต้องมีคนนอบน้อมด้วย ถึงแม้ว่านี่ไม่ใช่ความเสนอที่ใหญ่มาก แต่ก็คือสิ่งที่เราทำได้นะครับ :)

(เพื่อนๆที่หมู่บ้านนับถือศาสนาคริสต์ นักรบไม่ได้แก้จดหมายอะไร ถ้ามีใครอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีใจ นักรบขอโทษนะ :) )

Monday, October 24, 2011

จดหมายถึงหมู่บ้าน


"เมืองไทยสว่นใหญ่น่าจะเป็นหมู่บ้าน แม้แต่กรุงเทพฯรวยเท่านั้น"

นี่คือความคิดจริงที่เด็กๆที่หมู่บ้านแม่จันเชื่อ



สี่ปีที่แล้ว ผมไปหมู่บ้านภาคเหนือที่เมืองไทยกับโบสถ์ เดือนนั้นคือธันวาคม เป็นคริสต์เมอซ์ เราไปเยี่ยมเด็กๆที่ไม่มีพ่อแม่เพื่อเอาของขวันไปให้พวกเขา ไปอธิฐานกัน ไปคุยกับพวกเขา และร้องเพลงกับเขาด้วย เด้กๆที่นั่น บางคนประสบโรคที่รักษาไม่ไหว โดยเฉพาะ เอดซ์ และถูกพ่อแม่ทิ้ง น่าสงสารมากๆ เพื่อนโบสถ์กับผมหวังว่า การไปเยี่ยมพวกเด็กๆจะทำให้พวกเขามีความสุขและตื่นเต้นด้วย พอพวกเรามาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กๆตื่นเต้นที่มีคนอื่นมาเยี่ยมเขา เราร้องเพลง อธิฐาน และฟังพระคัมภีร์ ด้วยกัน หลังจากนั้นแล้ว เราไปคุยกันกับเด็กๆ มีเด็กหนึ่งคน เป็นคนอาคา คนอาคาเป็นชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ที่เมืองไทย สว่นใหญ่อยู่หมู่บ้าน ชีวิดลำบากมาก



แล้วตอนที่ผมคุยกับเขา เขาไม่รู้เลยว่าสิงคโปร์อยู่ที่ไหน พูดภาษาอังกฤษหรือจีนก็ไม่เป็น แต่เขาเป็นมิตรจริงๆ เอาของเล่นมาให้เราเล่นกับเขา แล้วตอนที่เขารู้ว่าผมพูดไทยได้นิดหน่อย เขาก็พยายามใช้ภาษาไทยมาสอนภาษาอาคาผม จนถึงวันนี้ผมลืดหมดแล้วว่าภาษาอาคาพูดได้อย่างไรแต่ผมยังจำได้ว่า เด็กคนนั้นเป็นน่ารักอย่างไร

ปกติ เวลาเราไปเที่ยว ความน่าจะเป็นคือ เราจะคิดถึงผลดีจากการท่องเที่ยว คนที่ไปซอปปิ้ง จะคิดถึงของดีๆถูกๆสวยๆ คนที่ไปเที่ยวเพื่อจะพักผ่อน ก็จะคิดว่า ทำอะไรบ้างจะรู้สึกดีที่สุด คนที่ไปเข้าถึงวัฒนาธรรมอื่น จะพยายามเรียนหนังสือเดิงทางหรือแมกกาซีนที่เกี่ยวกับประเทศที่เขากำลังจะไป เราสรุปได้ว่า ในเกือบทุกชนิดท่องเที่ยว ตัวเอกคือตนเอง ทุกครั้งเราก็คิดถึงว่า เราจะได้อะไรบ้าง จะรับอะไร จะมีประสบการณ์อะไรบ้าง เป็นต้น แต่ไม่ค่อยมีใครคิดว่าเขาจะให้คนอื่นอะไร โดยเฉพาะคนที่อยู่ที่ประเทศที่เราจะไป ใช่ไหม ความคิดของนักท่องเที่ยวอาจจะคือ

"ฉันจ่ายเงินแล้ว อย่างต้องให้อะไรอีกหรอก?? ฉันควรรับสิ่งที่มีประโยชน์ต่างหากนะ!"

ความคิดนี้คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดปัญหาในทั่วโลกเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว เช่น ทำลายสิ่งแวดล้อมเวลาไปเที่ยว ทำให้ตลาดเสีย เป็นต้น ผมเคยได้อ่านข่าวว่า ที่เประเทศจีน นักท่องเที่ยวจากเมืองนอกหรือจีนเองเป็นปัญหารุนแรงสำหรับสิ่งแวดล้อมเพราะว่าเวลานักท่องเที่ยวไปเที่ยว พวกเขาบางคนอาจจะทิ้งขยะง่ายๆ

แล้วก็เนื่องจากเขาสนใจสิ่งพิเศษ เช่น อิฐจากกำแพงเมืองจีน ก็ชอบเอามากลับบ้าน ทำให้สถานนักท่องเทียวยิ่งมีชื่อเสียงยิ่งเสียไป นอกจากนี้แล้ว คุณคงจะสังเกตเห็นว่าที่ที่นักท่องเที่ยวชอบไปหรือมีชือเสียง ของที่ขายที่นั่นคงแพงกว่าของที่สถานธรรมดาขาย ซึ่งอาจจะเพราะว่านักท่องเที่ยวทำให้ตลาดเสีย พวกเขายอมซื้อของที่แพงแต่พิเศษ แล้วก็เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าของนี้ปกติราคาเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็จ่ายเงินมากกว่าคนที่อยู่ประเทศนี้ คนขายที่ใจไม่ดีก็จะขายของแพงขึ้นเพราะยังมีคนซื้อ ถ้ารัฐบาลไม่เก่ง ก็จะอนุญาติเงินเฟ้อ เป็นปัญหารุงแรง

ทั้งหมดนี้เกิดจากความเห็นแก่ตัวของนักท่องเที่ยวบางคน บางคนอาจ

จะถามว่า นี่คือเรื่องธรรมดา แก้ได้หรอ?? ในเรื่องต่อไป นักรบจะลอง

แนะนำวิธีอื่นที่พวกคุณใช้ได้นะ.... :)

(Note: นักรบเคยแก้ไขเรื่องนี้นิดหน่อย แต่สว่นใหญ่เป็นเรื่องจริง :) )

Sunday, October 23, 2011

Gravity - ณ เชียงใหม่



เธอเจ็บจากรัก อกหักใช่ไหม เชิญมาพักที่เชียงใหม่
จะพอไปวัดขึ้นบนดอยสูงก่อน... ลงมาดูน้องหลินปิง
เย็นวันอาทิตย์ช็อปปิ้งกลางถน รถไม่ชนเพราะคนเดิน
นั่งกินริมน้ำอยู่ริเวอร์ไซด์ ร้านถัดไปก็กู๊ดวิว
โว้..โว..โอ้.. อยู่กับฉัน อ๊ะ อ๊ะ อ้าว...

ถ้ายังไม่หายนิมมานกันมั๊ยล่ะ นั่งอุ่นใจที่วอมอัพ
หากยังไม่พร้อมไอเบอร์รี่พี่โน๊ตไง ร้านไอติมหมาตัวใหญ่
นั่งชิวสักพัก ที่อุ่นไอรักก่อน ค่อยวันกลับไปที่มังกี้
ออกไปท่าช้างเรียงกันเป็นแถว คนมาชิมหมาใจดำ
โว้..โว..โอ้.. อยู่กับฉัน

<Chorus>
จะหนีร้อนหรือว่าหนีรักมาพักก่อน
จากที่ร้อนจะกลายเป็นเย็นอย่างแน่นอน
เธอจะหายเธอจะผ่อนคลายต๊ะตอนยอน
จะหนีร้อน จะหนีรัก พักเชียงใหม่


ไปนั่งรถเล่นกับเอ็ม อรรถพล
ขอเชิญหน้ามนไปมีทแอนกรี๊ด ตี่บ้านอ้ายบี้
ฟังเพลงม่วนๆจากคณะอีทีซี บ่าต้องไปไหน
ซักกำได้กอยของดี ส่วน กราวิตี้ โถ...วงนี้เป็นไผ

ไปต่อกันไหมมีร้านเปิดเช้า
ดื่มยาวๆที่แฟบบริค
ดึกๆถ้าหิวกินข้าวต้มปากหมาเหอะ
แต่ไก่เที่ยงคืนก็เข้าที
โว้..โว..โอ้.. อยู่กับฉัน

Sunday, October 16, 2011

แทกซี่สิงคโปร์สำหรับทักท่องเที่ยว - ส่วนที่สอง

มิ้นท์เล่าเรื่องต่อเรื่องเลาปาสาท วันนี้จะเล่าเรื่องแท็กซี่ สิงคโปร์สำหรับนักท่องเที่ยวในสิงคโปร์

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีประสิทธิผล และ มีประสิทธิภาพ เมื่อค.ศ. 2007 คนสิงคโปร์ติดอันดับ 1 ในโลก เพื่อ “เดินเร็วที่สุดในโลก” แปลว่าเมื่อคนสิงคโปร์อยากทำอะไร ใช้เวลาก็ไม่นาน นี้ก็สะท้อให้เห็น การคมนาคมที่สิงคโปร์ทันใจแน่ๆ

ดังนั้น คมนาคมสาธารณะ ที่สิงคโปร์สะดวกสบาย สะอาด และ ไม่แพงด้วยสำหรับประเทศพัฒนาแล้ว

นัก ทองเที่ยวมาสิงคโปร์มักจะไปโดยรถแท็กซี่ ปัจจัย คือ แท็กซี่สิงคโปร์ เชื่อถือได้ ทันใจ และส่งกระเป๋าเดินทางใหญ่ๆก็ได้ และไม่แพงด้วย

คน ขับแท็กซี่สิงคโปร์มักจะพูดภาษาอังกถษได้ การเป็นคนขับรถแท็กซี่ในสิงคโปร์มีกฎเข้มงวดมาก คนขับต้องมีอายุยังน้อย30ปี ขับรถสัก 1 ปี และ ขับรถไม่มีประวัติที่ร้าย และต้องเป็นคนสิงคโปร์แน่ๆ รับใบอนุญาตแทกซี่ ต้องใช้เวลาราวๆ 3 เดือนในการเตรียมตัวและสอบ

อย่าง นั้น ถ้านักท่องเที่ยวอยากไปโดยรถแท็ซี่ไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัย แม้ว่า นักท่องเที่ยวจะไปคนเดียวตอนกลางคืนก็ได้ เพราะ กระทรวงคมนาคม และ บริษัทแท็ซีมีกฎเข้มงวดมาก (ถ้าคนขับแท็ซี่มีคำบ่นหลายคำใบคงจะเสียเลย) ทำให้คนขับแท็กซีมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าและมีมโนธรรมแห่งความรับผิดชอบ ขับแท็กซี่ ดังนั้นนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารจะรู้ศึกปลอดภัยและไว้ใจได้ กับแท็กซี่ในสิงคโปร์


แล้วนักท่องเที่ยวมาสิงคโปร์ต้องรู้อะไรกับเรื่องแท็กซี่ ?


บริษัทแท็กซี่ในสิงคโปร์มี 8 บริษัท บริษัทที่เกิดขึ้นทุกวันคือ Comfort, Citycab, SMRT และ Transcab - สีฟ้า ขาว เหลือง และ แดง




เรื่องที่สองนักท่องเที่ยวต้องระวังคือค่าโดยสารแท็กซี่ มีนักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าค่าโดยสารแท็กซี่ที่สิงคโปร์สับสนมาก จริงๆว่า มิ้นท์ก็เห็นด้วย แต่นักท่องเที่ยวต้องจำได้ 3 อย่าง เวลาชั่วโมงเร่งด่วน หรือ ในสถานที่พิเศษ (เช่นสนามบิน กาสิโน หรือ ใจกลางย่านธุรกิจ) หรือ การจอง โทรรถแท็กซี่จะมีเงินเพิ่มเรียกเก็บ
เวลากลางคืนหรือวันที่ฝนตก แท็กซี่จะไม่พอ นี้เป็นเรื่องปกติในสิงคโปร์ ถ้านักท่องเที่ยวมี่ธุระด่วนคงจะจอง โทรรถแท็กซี่โดยเบอร์ 6552 1111 (บริษัท Comfort)


จบ

Saturday, October 15, 2011

ไปเที่ยวสิงคโปร์ - ส่วนที่หนึ่ง





มิ้นท์เป็นคนที่อยู่สิงคโปร์ 22 ปีแล้ว มิ้นท์เป็นคนที่ชอบกิน ชอปปิง กับ ไปเที่ยว
วันนี้มิ้นท์จะแนะนำสิงคโปร์ให้ทุกคน และ แนะนำลักษณะพิเศษ ของสิงคโปร์ (โดยเฉพาพเพื่อคนไทย) หวังว่า คนอ่านได้เขาใจ รีวิวของมิ้นท์~


ที่กินสำหรับครอบครัว


มิ้นท์จะแนะนำที่กินสำหรับครอบครัวี่ เลาปาสาท (Lau Pa Sat) ชื่อยาว คือ Lau Pa Sat Festival Market - ที่นี้เป้นศูนย์อาหารนานาชาติ เลาปาสาทเป็นศูนย์อาหารเก่าแก่ในสิงคโปร์
อาหารที่มีชื่อเสียง คือ สะเต๊ะ และ "cze char" (“cze char” คือ อาหารทอด วิธีทำอาหารง่ายๆ เป็นอาหารธรรมดาในสิงคโปต้อนกลางคืน อาหารนี้ได้หาพบตามถนน) อาหารที่เลาปาสาทอร่อยจริงๆแล้วก็ไม่แพงด้วย ถ้าสั่ง กาแฟชัก สองแก้ว กับ สะเต๊ะ 20 ไม้ ไม่แพงกว่า 15 เหรียญ




ผู้คนที่นั่งกินอยู่ตามถนนรอบๆ เลาปาสาท

คนขายสะเต๊ะที่เลาปาสาท


คำแนะนำของมิ้นท์

มิ้นท์เสนอให้ทุกคนไปกินที่เลาปาสาทเวลาต้อนกลางคืน เพราะ มันมีคนและอาหารเยอะแยะ ผู้ช่วยขายอาหารจะ เอาโต๊พไปวางบนถนนรอบๆ เลาปาสาท และ ถนนในบริเวณนี้ก็ปิดด้วยกลายเป็นตลาดตอนกลางคืนเพื่อขายอาหารตามถนน.

มิ้นท์เสนอว่านักท่องเที่ยวอย่าไป เลาปาสาทเมื่อตอนเที่ยง เพราะ เลาปาสาทอยู่ที่ศูนย์กลาง ของสิงคโปร์ เที่ยงวัน พนักงานบริษัทจะมารีบประทานอาหารที่ศูนย์อาหารนี้กันอย่างหนาแน่


เรื่องที่สองต้องระวังคือ ผู้ที่ขายสะเต๊ะที่เลาปาสาทส่วนใหญ่เป้นคนมุสลิม ไม่ขายหมูสะเต๊ะ นี้เป็นสิ่งที่แตกต่างกับประเทศไทย


เรื่องที่สามนักท่องเที่ยวต้องรู้เป็นเรื่องเกียวกับกระดาษทิชชู่ กระดาษทิชชู่มีลักษณะเฉพาะในสิงคโปร์ เวลาคุณเห็นทิชชู่1ห่ออยู่บนโต๊ะ มันไม่ใช่คนเดิมลืมนะ คนสิงคโปร์ชอบใชทิชชู่จองโต๊ะก่อนซื้ออาหาร

ใช้ทิชชู่จองโต๊ะ !!!

ถ้าคุณซื้ออาหารเวลาชั่วโมงเร่งด่วนแล้วอยากหาที่นั่ง อาจจะเห็นโต๊ะว่างทุกทางมีทิชชู่ 1 ห่อเพื่อจองโต๊ะ

นีสัยนี้ของคนสิงคโปร์มันไม่ใช่ไม่เข้าท่า แต่มิ้นท์คิดว่าเป็น ลักษณะเอกลักษณ์ชองคนสิงคโปร์ เกิดจากความประสิทธิภาพของคนสิงคโปร์

Thursday, October 13, 2011

การเดินทางที่โลกเพลงไทย



มิ้นท์ไปไหนเลย?

กำลังซ้อมเพลงอยู่





ยังไม่
ลืมนักเรียนไทยที่น่ารักทุกคนนะค่ะ 555!!

จะส่งpostนี้เมื่อ
เสาร์อาทิตย์นะะะะะ

โอ! อย่าลืมมามา CLS Picnic นะ~~~ support ด้วย! 555




Friday, October 7, 2011

การเดินทางกับคนหลายอย่าง

สวัสดีเพื่อนที่ฉันรัก คุณเคยคิดไหมว่าทำไมคุณถึงจำประสบการณ์การเดินทางนี้ได้ แต่จำประสบการณ์การเดินทางนั้นไม่ได้ ทำไมประสบการณ์การเดินทางนี้ สนุกมากกว่าประสบการณ์การเดินทางนั้น

คำตอบคือคนที่คุณเดินทางไปด้วยกัน คนที่คุณเลือกเดินทางไปด้วยกันมีความสำคัญเพราะว่า มีผลกระทบกับประสบการณ์การเดินทางของคุณ ในบล็อกนี้ ฉันจะ เล่า
เรื่องการเดินทางของฉัน กับคนที่แตกต่างหลาย ฉันก็จะพูดเกี่ยวกับผลดีผลเสียการเดินทาง เป็นคู่ เป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่มากกว่า ห้า คน หรือ คนเดียว

การเดินทาง กับกลุ่มเพื่อนๆมีประโยชน์หลายชนิด ฉันชอบเดินทางไปกับเพื่อนๆ ในกลุ่มเพราะ ปลอดภัยและสนุกมากกว่า ถ้าเดินทางกับ เพื่อนๆ แล้วจะดูแลกันและกัน และมีความเห็นหลากหลายเกียวกับการพักที่โรงแรมอะไร กินอาหารที่ไหนและอยากไปหาอะไร แล้วก็ไม่รู้สึกเหงาเลย เราซาบซึ้งวัฒนธรรมของคนอื่นๆด้วยกัน จริงๆแล้วฉันชอบการเดินทางกับกลุ่มเพราะถูกกว่า เช่น ถ้าต้องเช่ารถ ก็เฉลี่ยราคาให้เท่ากันได้ โดยทั่วๆไปการเดินทางอย่างนี้ จะทำให้เราได้หัวเราะ ได้ยิ้ม และแสดงความคิดเห็นกัน แต่ฉันคิดว่าการเดินทางกับกลุ่มอาจจะมีปัญหาส่วนตัวเยอะ และผลประโยชน์ซึ่งไม่เหมือนกัน ฉันเคยมีประสบการณ์แบบนี้ เวลาฉันเดินทางไปกับเพื่อนๆแปดคนอ่ยูในประเทศเวียดนาม เราไม่มีปัญหา ตลอด หนึ่งถึงสองวั
นแต่นับวันแล้ว สถานการณ์ เปลี่ยนช้าๆเราไม่รู้ตัว ตอน เย็นอยากทำอะไรดี เพื่อนคนหนึ่งอยากกลับโรงแรมนอน เพื่อนคนหนึ่งอีกอยากไป ปาร์ตี้ เพื่อนอีกลุ่มหนึ่ง จริงๆ แล้วอยากเสาะหากรุง และมีอีกหนึ่งกลุ่มอีกอยากไปช้อปปิ้ง ในที่สุดเราพรากกันและหลงทาง ฉันคิดว่านี้เหตุการณ์ที่เกิดเป็นไปได้ในเวลาที่เดินทางกับเพื่อนๆแต่กำจัดได้ ถ้าเตรียมการและปรึกษากันก่อนเราก็ต้องพยายามเตรียมกำหนดการแล้วก็ตัดสิ
น ใครจะเป็น คนต้นทาง ใครจะเป็น คนแปลคนเก็บเงินและใครจะเป็น คนจับเวลาถ้าอย่างนี้เราหลีกเลี่ยงเข้าใจผิดและ ขัดแย้ง จึงร่วมใจโดยเฉพาะถ้าเราการเดินทางกับกลุ่มครั้งแรก




ฉันเคยเดินทางกับคนหนึ่งอีกครั้งหนึ่งเทานั้น และประสบการณ์ที่ฉันชอบเขาคือเพื่อนฉันที่เรียนที่มหาวิทยาลัยด้วยกัน เราไปบาหลีสิบวัน เขาป็นเพื่อนที่มีบุคลิกลีลาเดินทางเหมือนกันกับฉันเราทั้งสองชอบเรียนวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของคนอื่น เราก็ชอบไปสถานที่ซึ่งมี ความสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ เรารู้กันและเวลาฉันมีเหตุผลเขาจะฟัง ฉันก็เหมือนกัน ฉันคิดว่าเราต้องการเดินทางกับคนที่เรารู้สึกกันเองเพราะว่า การเดินทางกับหนึ่งคนเหมือนกันการอยู่กับเขา แต่มากกว่านั้นคุณจะใช้เวลากับเขาตลอด ในวันหนึ่ง ถ้ามีปัญหาหรือข้อขัดแย้งคุณยังต้องเห็นหน้าเขาระหว่างระยะการเดินทาง เพราะคุณไม่รู้จักคนอื่นในเมืองนอกนี้ แต่เขาเลย ดังนั้นฉันคิดว่าการเลือกคู่การเดินทางเหมือนกันกับการเลือกคู่ครอง


ถ้ามีโอกาสที่การเดินทางคนเดียวฉันจะฉวยเพราะฉันไม่เคย แล้วก็ยังไม่มีความแข็ง ดังนั้นฉันจะบอกตามตรงว่าฉันไม่รู้การเดินทางคนเดียวเป็นยังไงบ้างแต่เดาว่าน่าจะสนุกสนานเพราะจะทำให้คุณมีอิสระและเจอเพื่อนใหม่ได้คุณก็ง่วนกับประเทศและคนมาจากประเทศนั้นที่อยู่ใกล้เมื่อการเตรียมกำหนดการ
คุณไม่ตอ้งเครียดเงื่อนไขคนอื่นถ้าหิวอยาก กินอาหารเย็นสี่โมงเย็นได้ ถ้าหิวอยาก ก็กินอาหารเช้าตีสามก็ได้ คุณไปพิพิธภัณฑ์ ตลอดวันได้ แล้วก็อ่านหนังสือและดูคนอยู่ที่สวนตลอดเช้าก็ได้ เป็นการปลดปล่อยมากแต่ที่จริงๆแล้วคนเดินทางผู้หญิงต้องยับยั้งชั่งใจมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงต้องระมัดระวังเสมอและรู้ว่าที่เขากำลังทำเป็นภัยหรือเปล่า ถ้าเปรียบกับคนเดินทางคนผู้ชายคนเดินทางผู้หญิงอาจจะมีโอกาสหลายอย่าง เช่น ถ้าการเดินทางของผู้ชายไม่มีเงินพอที่จะนอนโรงแรมหนึ่งวันเขานอนที่บีชได้แต่คนผู้หญิงทำอย่างนี้ไม่ได้ คนเดินทางผู้หญิง แต่ว่าจะมีโลกทัศน์ใหม่ในชีวิตของเขาเวลาเดินทางเดียวการดูเด็กผู้หญิงทำงานหนักเช่นขายหัตถกรรมริมถนนแคบหรือดูเด็กผู้หญิงอยู่ในสลัม นี้จะสอนเขาว่าเขาเป็นผู้หญิงที่มีลาภ เพราะมีเสรีและโอกาสไปการเดินทางเดี่ยวได้

คนที่อ่านแล้ว หวังว่าคุณรู้เลือกคนเดินทางด้วยได้พึ่งพาคุณมีบุคลิกอย่างไรดีที่สุด ถ้าไปเดินทางกับคนที่ชอบของพวก เหมือน คนที่ว่าแน่จริงและไม่กล้าทำ กิจกรรมสิ่งที่หวาดเสียวคนที่เอื้อเฟื้อและ เปิดใจกว้างถ้าหาคนอย่างนี้ไม่ได้ ไม่เป็นไรนะ ไปการเดินทางคนเดียวก็ดี การเดินทางคือการเรียนรู้ตลอดทาง คุณจะเรียนเกี่ยวกับประเทศที่คุณไป นอกจากนี้คุณจะเรียนเกี่ยวกับ คนที่เดินทางไปด้วยกันหรือคนใหม่ในประเทศนั้น

-ซิตี

Sunday, October 2, 2011

ลืมตา

เพลง "ลืมตา" โดย อาร์มแชร์ (Armchair)

เนื้อเพลง:

คืนวันที่ภาพความจริงหายไป เดินทางผ่านพบกับคนมากมาย
เวลาผ่านพ้นตลอดมา ฉันยังมองหาอะไรที่ไกลข้ามไป

ที่มองที่เห็นไม่เคยต้องการ งมงายกับภาพในวันวาน
หลงในควาฝัน เห็นได้แค่นั้น และฉันไม่เข้าใจ เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ไม่ไกล

* รู้ในคำตอบดีอยู่แล้วทุกอย่าง แต่แค่เพียงเราอาจลืมเรียนรู้บางอย่าง

** ลืมตา ลืมชีวิตที่ผ่านเลยมา ลองมองหาอะไรที่ใกล้เรานั้น ที่เราลืมมันไปจะได้ไหม
เดินไป ไปเรียนรู้ทุกอย่างในใจ อาจจะพบอะไร อยู่แค่เพียงข้างใน สุดท้ายหัวใจตรงนั้นคือความจริง

ในวันที่เริ่มเวลาล่วงเลย เดินทางที่ใกล้แต่ใจคุ้นเคย
คืนวันผ่านพ้นและผ่านไป แต่ฉันก็เข้าใจอะไรที่ใจต้องการ

จริงจังกับฝันที่เคยค้างคา วันวานก็แค่เพียงมายา
ฉันได้มองเห็น ที่ฉันแค่มองหา ฉันไม่เข้าใจ เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ไม่ไกล

(ซ้ำ * , **)

(ซ้ำ ** , **)

ฟังเพลงได้ที่นี่ครับ

Sunday, September 25, 2011

การเดินทางกับพ่อแม่


คู่นี้ในรูปเป็นพ่อแม่ผม

ตามที่เขาสองคนเชื่อมา การเดินทางไม่ควรลำบากเลย ควรเป็นที่เราไม่ต้องคิดหรือทำอะไรมากไปเลย คือสิ่งที่ช่วยคลายเครียด พ่อก็ถือว่า ไม่ใช่เพราะเขาขี่เกียจจนไม่ยอมวางแผนอะไร แต่การวางแผนเดินทางมันอาจจะให้เครียดอีก มีผู้ชำนาญหรือไกด์ช่วยจัดและวางแผนให้ มันสะดวกกว่า

ดังนั้นพ่อแม่ผมจึงชอบไปทัวร์ทุกๆครั้ง

ส่วนพี่น้องกับผมแล้ว เราคงไม่เห็นด้วยกับพ่อแม่ เราว่า การเดินทางคือ สิ่งพิเศษเพียงเราควรวางแผนเอง อย่างนี้เราก็ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวตามความตั้งใจ มันก็อาจเป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์และทันกับความคาดหวัง ใช่ไหม

แต่สำหรับการไปทัวร์แล้ว มันคงมีความยากลำบากแทน

“ถ้าไปทวร์กับคนที่ไม่รู้จักกัน มันจะกลายเป็นสิ่งที่เราถือเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้แล้ว ไม่ใช่เหรอ” พีสาวชอบบอกคำเหล่านี้ให้พ่อแม่ฟัเอามาคิด

ผมก็คิดว่า มันก็อาจจะมีคนอื่นในทัวร์ที่ไม่ได้ร่วมมือกันแน่ๆ ขอให้เพื่อนๆที่เคยไปทัวร์มาคิดนะ ว่าเคยมีคนขึ้นรถเมล์มาช้าๆ ซึ่งทำให้ทุกคนรอเขามา น่าโกรธใช่เปล่าว

นอกจากนี้ เพื่อนๆก็เห็นด้วยไหม ว่าเราคงจะใช้เวลามากเพียงแค่มาอยู่ในรถเมล์ ขาดโอกาสมาประสบวัฒนาธรรมของประเทศนั้นค้วย ถ้าอยากนั่งรถเมล์แอร์ ผมว่า ไม่ต้องเสียเงินมานั่งที่เมื่องนอกเลย ค่าตั๋วเครื่องบินมันสูงมาก เราควรเอาเวลาอยู่เมืองนอกมาทำสิ่งที่มีประโยชน์ดีๆ




“ไปเดินทางปราศจากทัวร์ดีกว่า อยากตื่นนอนเมื่อไรก็ได้ อยากตามคนท้องถิ่นทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องกังวลกับใครเลย”

“ลูกบ้าแล้วเหรอ ทำไมไปเดินทางคนเดียว อันตรายมากเลย โดยเฉพาะถ้าไม่รู้ภาษาของคนท้องถิ่น ไปกับทัวร์สบายดีและปลอดภัยมาก” แม่ขอดมา

แม้จริงอยู่ที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงไปทัวร์เวลาไปเดินทาง แต่ผมยังลงเอยด้วยการไปทัวร์กับพ่อแม่ แล้วผมก็คงจะรับหน้าที่ที่ช่วยถือของที่เขาสองคนซื้อมา

เฮย น่าสงสารมากจัง

แต่ยิ่งไปเดินทางกับพ่อแม่ ผมก็ได้พบว่า สำหรับพวกเขาแล้ว การเดินทางไม่จำเป็นเกี่ยวกับการประสบวัฒนาธรรมอื่นทุกทีเลย เพราะเวลาพ่อแม่เดินทางไปไหน เขาก็อยากให้เราตามไปกันเพื่อให้ครอบครับนี้สนิทกัน รู้สึกกัน ความสุขต่อความเป็นครอบครัวกัน

การไปเดินทางกับเขาสองคนก็ให้ผมรับรู้และเข้าใจด้วยว่า สาเหตุที่เราอยากเดินทางก็ต่างกันไป แล้วแต่แต่ละคน อาจจะเกี่ยวกับอาหาร วัฒนาธรรม หรือเพื่อคลายเครียด แต่ผมก็เชื่อว่า ความจริงคือ ไม่มีใครถูกหรือผิดมาเลย สิ่งที่สำคัญมากกว่ามันคือ ผมต้องเข้าใจพ่อแม่ ว่าเขาสองคนทำงานหนักๆหลายปีมาแล้ว มันเลยเป็นธรรมดาอยู่ที่ เขาอยากมีเวลาพักผ่อน คลายเครียด และอยู่กันกับคนที่รัก นั้นผมจึงไม่ถือสาเป็นตัวประกอบเวลาไปเดินทางกับพ่อแม่เลย เพราะเที่ยวนี้มันควรแค่เกี่ยวกับความสุขของสองคนนี้แน่นอนครับ

สองคนนี้ยังดูเหมือนเด็กๆหรือคู่ที่เพิ่งแต่งงานกัน

Monday, September 19, 2011

ความรักกับการเดินทาง

"เราก็แค่คนอกหักสองคน มาเจอกันที่เมืองนอก หนาวๆ เหงาๆ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั้งหมด เราอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริง"
-จากเรื่อง 'กวนมึงโอ'

ตอนที่คุณเดินทางไปเมืองนอก คุณณเคยรู้สึกว่า ก็ไม่รู้ทำไม แต่ทันทีมีอารมณ์อยากตกหลุนรักไหม เคย ใช่ไหม ผมก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แล้วทำไมละ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ ใช่แล้ว ผมกำลังจะเล่าเรื่องการพบความรักตอนเดินทางไปเมืองนอกครับ เพราะผมคิดว่ามันคือสิ่งที่ทุกคนควรคิดถึงอย่างระมัดระวังครับ

คนส่วนมากมักจะชอบการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางไปเมืองนอก เพราะว่ามันจะทำให้เราประสบคน วัฒนธรรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และความรู้สึกใหม่ๆ เป็นต้น
การเดินทางก็เป็นโอกาสที่เราจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างจากปกติได้ ซึ่งช่วยเราคลายเครียดโดยไม่ต่องคิดถึงสิ่งที่เครียดในชีวิตปกติของเรา เช่นการทำงานและการเรียน

ดังนั้น เวลาเราเดินทาง ความรักจึงคงจะเกิดขึ้งง่ายกว่าปกติ เราจะคิดถึงและพิจารณาชีวิตของตัวเองได้เนื่องเรื่องที่ยุ่งเราในชีวิตประจำวันอยู่ไกลเราแล้ว มารบกวนเราไม่ได้
เพราะว่าความรักคือส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตเรา เราคงคิดถึงความรักด้วยตอนเดินทาง
คนที่ยังเป็นสดและไม่มีแฟนจะเริมกระหายรัก และคนที่มีแฟนแล้วอาจจะวิเคราะห์ความรักที่ตัวเองมีก็เป็นไปได้

ผมเชื่อว่า เราจะค้นพบความรักง่ายตอนเรามีความสุข เวลาเราเดินทางไปเมืองนอก ทุกอย่างที่เราพบเจอก็ท่าจะน่าสนใจ แปลก และสนุกด้วย ถ้าเราไม่ระวัง ความสุขที่เรารู้สึกจากประสบการณ์ใหม่เหล่านี้อาจจะกลายเป็นความรักได้ โดยเฉพาะถ้าเรากำลังเดินทางกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักตอนเดินทาง และคิดว่ามีแต่ความสุขที่ยิ่งใหญ่และความรู้สึกที่พิเศษจริงๆตอนอยู่ด้วยกันกับคนคนนั้น ถ้าเราเดินทางกับเพื่อนเก่า เราก็จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของลักษณะเพื่อน ซึ่งทำให้เราชอบเขาก็เป็นไปได้

ลองจินตนารูปนี้หน่อย คุณยืนข้างล่างหอไอเฟล หิมะกำลังตก ทุกอย่างในสิ่งแวดล้อมของคุณก็สวย โรแมนติคจังเลลลลลย ไม่ใช่เหรอ ถ้าอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ใครจะไม่หวังมีคนคนหนึ่งที่พิเศษในชีวิตเรามาร่วมกัน

แต่ความจริงคือ วันหนึ่งหิมะที่ตกต้องละลาย คนที่ผ่านมาก็ต้องเลิกเราไปเหมือนกัน
มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเดินทางต่อและอยู่ในสิ่งแวดล้อมอย่างนั้นตลอดไปได้
คนที่เราเจอต้องกลับไปประเทศของเขา เราก็ต้องกลับไปชีวิตปกติของตัวเองเหมือนกัน ตอนนั้น ความรู้สึกใหม่และประสบการณ์ที่เราพบเจอจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีแต่เป็นส่วนหนึ่งของความหลังเท่านั้น ใครไม่อยากได้เรื่องรักเหมือนละคร แต่ชีวิตของคนส่วนมากไม่เหมือนละคร แม้ว่าบางคนอาจจะหาความรักและรักษามันต่อนานตอนเดินทางได้
แต่ในความเห็นของผม มันยากจริงๆ ถ้าเราพยายามหารักในชีวิตประจำวัน เราคงพบความสำเร็จง่ายก่วาครับ